11 ข้อควรรู้ก่อนจัดงาน คู่มือเตรียมงานแต่งอย่างไรให้ราบรื่น

Publsihed Date : 2024-06-06

Tag : แต่งงาน

11 ข้อควรรู้ก่อนจัดงาน คู่มือเตรียมงานแต่งอย่างไรให้ราบรื่น

บางสิ่งบางอย่าง บางช่วงเวลาในชีวิตของเรานั้นอาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว มาแล้วก็ผ่านไป การแต่งงานคือหนึ่งในช่วงเวลาเหล่านั้นที่อาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นคู่บ่าวสาวที่คิดจะแต่งงานควรวางแผนให้งานแต่งนั้นออกมาสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งหากใครมีแผนจะแต่งงาน และกำลังสงสัยอยู่ว่าแต่งงานต้องเตรียมอะไร ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ? ในบทความนี้มีคำตอบ!

1. กำหนดวันแต่งงาน

เรื่องแรกที่ต้องคำนึงถึงเลยก็คือการกำหนดวันแต่งงาน โดยสามารถเลือกจากช่วงเวลาที่ทั้งว่าที่เจ้าบ่าว และว่าที่เจ้าสาวมั่นใจว่าช่วงเวลานี้ลงตัว มีเวลาเพียงพอในการจัดเตรียมเรื่องต่าง ๆ เช่น หาสถานที่จัดงานแต่งในฝัน นัดหมายญาติ ผู้ใหญ่ เพื่อนสนิท และที่สำคัญคือ มีความพร้อมที่จะแต่งงานในระดับสมบูรณ์แล้ว อีกทั้งยังสามารถเลือกกำหนดวันแต่งงานจากฤกษ์ดี วันมงคล เวลามงคลที่เหมาะสมก็ได้เช่นกัน

2. กำหนดงบประมาณงานแต่งงาน

เรื่องต่อมาที่ควรให้ความสำคัญนั่นก็คือ การกำหนดงบประมาณงานแต่งงาน โดยคำนึงถึงฐานะของคู่บ่าวสาว จำนวนแขกที่ต้องการเชิญ ขนาดของงาน ประเภทอาหาร Organizer สถานที่จัดงานแต่ง ความสามารถและความพึงพอใจในการใช้งบจัดงานแต่ง

3-wedding-checklist

3. ลงรายละเอียดงานแต่งงาน

เลือกธีมงาน

การเลือกธีมงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะพูดได้ว่าเป็นขั้นตอนที่กำหนดขนาด สถานที่ และอาหารไปในตัวเนื่องจากการเลือกธีมนั้นส่งผลกระทบต่อเป็นทอด ๆ เช่นการเลือกรูปแบบจัดเลี้ยงโต๊ะจีนหรือค็อกเทล เพลง ธีมสีต่าง ๆ หรือธีมธรรมชาติล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ ทำให้ต้องจัดงานในสวน ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกธีมขึ้นอยู่กับรสนิยมของคู่บ่าวสาว ว่าอยากเนรมิตงานในฝันของตนออกมาในรูปแบบใด

รูปแบบพิธี

ถัดมาคือการเลือกรูปแบบพิธี ซึ่งรูปแบบพิธีนั้นมีหลากหลาย เช่น พิธีงานแต่งแบบไทย พิธียกน้ำชาแบบจีน พิธีงานแต่งแบบคริสต์ หรืองานแต่งมุสลิม (นิกะห์) โดยเกณฑ์ในการเลือกนั้นจะขึ้นอยู่กับความเชื่อหรือศาสนาของบ่าวสาว การเลือกรูปแบบพิธีนั้นเป็นขั้นตอนที่กำหนดทั้งสถานที่จัดงานแต่ง และอาหารไปในตัว เช่นหากเลือกจัดงานแต่งอิสลามแล้วนั้น ทางโรงแรมหรือสถานที่จัดงานแต่งอิสลามจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเพียงพอเกี่ยวกับหลักการปฎิบัติ อีกทั้งต้องมีความสามารถในการปรุงอาหารฮาลาลอีกด้วย

อาหาร/งานเลี้ยง

การเลือกอาหารและรูปแบบงานเลี้ยงนั้นขั้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างงบประมาณ ประเภทแขก จำนวนแขก และขนาดของสถานที่ เช่นหากแขกในงานส่วนมากเป็นญาติผู้ใหญ่ เราอาจเลือกรูปแบบโต๊ะจีน เพราะจะได้เสริฟอาหารถึงโต๊ะโดยที่แขกไม่ต้องลุกไปไหน ในขณะที่หากจำนวนแขกเยอะ ส่วนมากเป็นเพื่อน วัยรุ่น พื้นที่จำกัด การเลือกรูปแบบค็อกเทล โต๊ะยืนก็เหมาะสม ตอบโจทย์เช่นกัน

4. การเลือกสถานที่จัดงานแต่งงาน

เมื่อเลือกธีมงาน รูปแบบพิธี รูปแบบงานเลี้ยงเรียบร้อย เราก็จะสามารถคาดคะเนได้แล้วว่า สถานที่จัดงานแต่งงานของเรานั้นต้องมีหน้าตาประมาณไหน ขนาดใหญ่เท่าไหร่ มีสวนหรือไม่ มีห้องทำพิธีเช้า-เย็นไหม มีอุปกรณ์ครบพร้อมทำพิธีกรรมตามหลักศาสนาต่าง ๆ หรือไม่ โดยสถานที่จัดงานแต่งงานที่เพรียบพร้อม ได้รับความนิยมมาก ในวันมงคลมักถูกจองข้ามเดือน ข้ามปีกันเลยทีเดียว ซึ่งหากใครกำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานอยู่ สามารถคลิกปุ่มด้านล่างเพื่อปรึกษาเราผ่าน LINE ได้ฟรี!

5. หาผู้จัดงาน (Organizer)

หากต้องการให้งานแต่งงานดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เราควรจัดหาผู้ดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน ไม่ว่าจะเป็นพิธีการแห่ขันหมาก งานหมั้น งานแต่งงาน ไปจนถึงช่วงถ่ายรูป ให้ทุกช่วงเวลาของงานสามารถดำเนินไปได้อย่างไม่ติดขัด และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด อีกทั้งควรมองหาพิธีกร (MC) เพื่อดูแลแขก แจ้งข่าวสาร ดำเนินงานต่าง ๆ อย่างไร้รอยต่อ

6. หาช่างแต่งหน้า-ทำผม ช่างภาพ วงดนตรี

Organizer มืออาชีพที่รับจัดงานแต่งงานนั้นอาจจะมีให้เลือกใช้แพ็กเก็จที่ครอบคลุมช่างแต่งหน้า-ทำผม ช่างภาพไว้ให้แล้ว แต่หากเราไม่มั่นใจ ต้องการเลือกช่างแต่งหน้า-ทำผม ทีมช่างภาพด้วยตัวเอง ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยขอแนะนำให้คัดเลือกจากผลงานที่ผ่านมา รีวิวผู้ใช้บริการจริงๆ หรือจากคนรู้จักก็ได้เช่นกัน

7-wedding-checklist

7. เตรียมชุดและแหวนสำหรับคู่บ่าวสาว

เนื่องจากในวันแต่งงานเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะต้องดูโดดเด่นที่สุดในงาน ชุดเจ้าบ่าว-ชุดเจ้าสาวนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งทางคู่บ่าวสาวสามารถเลือกที่จะสั่งตัดพิเศษให้ชุดเข้ารูปมากที่สุด และชุดของทั้งคู่บ่าวสาวดูเข้ากันกับธีมงาน หรือหากใครต้องการเช่า ปัจจุบันก็มีร้านเช่าชุดแต่งงาน คุณภาพดีอยู่มากมายให้เลือกใช้บริการเช่นกัน

8. พรีเวดดิ้ง (Pre-Wedding)

ถัดมาคือการจัดทำพรีเวดดิ้ง โดยจะถือเป็นโอกาสในการเล่าเรื่องความรักของบ่าวสาว แสดงให้ถึงรสนิยม ได้มีโอกาสลองชุดแต่งงานในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกบันทึกลงในรูปแบบภาพถ่ายหรือวิดีโอ และนำเสนอให้กับแขกได้รับชมในงานแต่งงาน

9. เตรียมของชำร่วย

ของชำร่วย เป็นของที่ใช้ในงานมงคลต่าง ๆ เช่น งานมงคลสมรส นั่นเอง โดยหลักการเลือกนั้นจะเน้นเป็นที่ของชำร่วยที่มีความหมายดี สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือมีสีสันเข้ากับธีมงาน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้จัดงานด้วย

10. เตรียมรายชื่อแขกและแจกการ์ดเชิญร่วมงานแต่ง

ขั้นตอนที่สำคัญถัดมาคือการลิสต์รายชื่อแขก ไม่ว่าจะเป็นแขกฝั่งเจ้าบ่าว ฝั่งเจ้าสาว ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนโรงเรียน เพื่อนมหาวิทยาลัย เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน หรือเพื่อนพ่อ-แม่ ทั้งนี้เพื่อนำมาออกแบบแผนผัง กำหนดจำนวนคนที่สถานที่รับได้ และทำการเชิญแขกด้วยตนเองหรือผ่านการแจกการ์ด

11. สรุปผลการเตรียมงานก่อนวันจริง

เมื่อเตรียมพร้อมทุกอย่างเรียบร้อยให้เราทำการสรุปผลการเตรียมงานกับทั้งผู้จัดงาน สถานที่จัดงาน และผู้เกี่ยวข้องที่สำคัญอื่น ๆ เพื่อให้ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวนั้นเข้าใจพิธี ขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น และเป็นการยืนยันว่าวันงานจะออกมาสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อีกทั้งการสรุปการเตรียมงานยังจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหน้างานอีกด้วย

งานแต่งงานในฝันเป็นจริงได้เมื่อมีการเตรียมความพร้อมที่ดี ตั้งแต่การเลือกสถานที่จัดงาน การคัดสรรเมนูอาหาร ไปจนถึงการค้นหาชุดในฝัน องค์ประกอบสำคัญทั้ง 11 ข้อด้านบนนี้ มีบทบาทสำคัญในการทำให้วันสำคัญของคุณพิเศษมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี.. เราขอแสดงความยินดีกับการแต่งงานที่กำลังจะมาถึง และขอให้งานแต่งงานของคุณออกมาเป๊ะทุกสิ่งที่คุณใฝ่ฝันนะ!